snhuthai
s Home | Alumni | Contact Us
   
s s s
 
News & Events s about
s
b
s
b ความเป็นอยู่
s
b ธนาคารและการเงิน
s
b ท่องเที่ยว / พาหนะ
s
b การติดต่อสื่อสาร
s
b งานอดิเรก
s
b การซื้อของในสหรัฐ
s
b คอมพิวเตอร์และเครื่องใช้ไฟฟ้า
s
b ดาวน์โหลด
s
b การทำงานในสหรัฐ
s
b การทำประกัน
s

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

hall


การทำงานในขณะทื่ถือวีซ่า F-1
นักศึกษาต่างชาติจะถูกกำหนดด้วยกฎหมายของกองตรวจคนเข้าเมืองว่า ไม่มีสิทธิในการทำงานนอกมหาวิทยาลัย เนื่องจากนักศึกษาต่างชาติที่เดินทางเข้ามาศึกษาต่อในประเทศสหรัฐอเมริกา มีความประสงค์ที่จะเข้ามาศึกษาต่อ และควรมีทุนทรัพย์ที่เพียงพอต่อค่าใช้จ่ายในการศึกษาอยู่แล้ว ดังนั้น งานที่นักศึกษาต่างชาติสามารถทำได้ มีรายละเอียดดังต่อไปนี้

การทำงานภายในวิทยาเขต
ตามกฎหมายแล้ว นักศึกษาที่ถือวีซ่า F-1 สามารถทำงานไม่เกิน 20 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ในช่วงเปิดภาคการศึกษา และต้องเป็นงานใน campus ซึ่งพบเห็นได้ทั่วไปตามบอร์ดต่างๆ เช่น งานในโรงอาหาร หรือห้องสมุด บรรณารักษ์ หรือเก็บตั๋ว parking lot การเป็น TA (Teacher Assistant) หรือ RA (Research Assistant) เป็นต้น อย่างไรก็ดี นักศึกษาจะสามารถทำงานภายในมหาวิทยาลัยได้ ก็ต่อเมื่อการทำงานนั้นๆ ไม่มีผลกระทบต่อการศึกษา และไม่ได้เป็นการแย่งงานของคนอเมริกัน สถาบันการศึกษาหลายแห่งกำหนดให้นักศึกษาแสดงเอกสารได้รับอนุญาตให้ทำงาน จากเจ้าหน้าที่แนะแนวนักศึกษาต่างชาติก่อนการว่าจ้างการทำงานในมหาวิทยาลัย

การทำงานนอกวิทยาเขต
สำหรับการทำงานนอกวิทยาเขต (Off-Campus) นั้น ต้องได้รับการอนุมัติจาก International Student Office ของทางมหาวิทยาลัยที่ศึกษาอยู่ การทำงานนอกวิทยาเขตนั้น สามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภทคือ

1. Curricular Practical Training (CPT)
เป็นการทำงานในบริษัทหรือหน่วยงาน ในขณะที่ยังเป็นนักศึกษาอยู่ ในช่วงระหว่างภาคการศึกษา หรือปิดภาคการศึกษา นักเรียนสามารถขอทำงานนอกวิทยาเขตในรูปแบบของ CPT ได้ แต่ทั้งนี้ งานที่ทำจะต้องเกี่ยวข้องกับสาขาวิชาที่เรียน ในบางกรณี นักศึกษาสามารถนับหน่วยกิตเข้าในหลักสูตรที่กำลังศึกษาอยู่ได้ หากเป็นการทำงานในช่วงปิดภาคการศึกษา มักเรียกว่า Internship ถ้าทำในช่วงระหว่างภาคการศึกษา มักเรียกว่า Cooperative education program (Co-Op)

ข้อควรรู้สำหรับการทำ CPT

  • ไม่จำเป็นต้องแจ้ง หรือได้รับอนุญาตจาก INS แต่ต้องทำเรื่องขออนุมัติจาก International Student Office แทน
  • จะต้องรักษาสถานภาพของการเป็นนักศึกษาวีซ่า F-1 มาเป็นเวลาอย่างน้อย 1 ปีการศึกษา หรือ 9 เดือน
  • จะต้องได้รับจดหมายตอบรับการเข้าทำงาน หรือ Offer Letter จากบริษัท หรือหน่วยงานราชการ เป็นลายลักษณ์อักษร
  • ควรดำเนินเรื่องขออนุมัติ CPT ก่อนการเริ่มทำงานจริงอย่างน้อย 2 สัปดาห์
  • นักศึกษาสามารถใช้ CPT ได้นานเท่าที่ต้องการ ตราบใดที่ยังมีสถานภาพที่ถูกกฎหมายของวีซ่า F-1 อยู่ โดยมีข้อแม้ว่า
    • ถ้านักศึกษาใช้ CPT เกิน 12 เดือน จะไม่มีสิทธิ์ขอ OPT หลังจากศึกษาสำเร็จแล้ว
    • ถ้านักศึกษาใช้ CPT ไม่เกิน 12 เดือน ก็จะยังมีสิทธิ์ในการขอ OPT ได้เหมือนเดิม (12 เดือน)
    • ขั้นตอนการขออนุมัติจะแตกต่างกันไปในแต่ละมหาวิทยาลัย แต่ขั้นตอนทั่วไปที่เหมือนกันคือ นักศึกษาต้องไปติดต่อที่ International Student Office พร้อมกับจดหมายตอบรับการเข้าทำงานจากทางบริษัท และอาจแนบจดหมายจากอาจารย์ที่ปรึกษาไปด้วย จากนั้นจึงกรอกฟอร์ม I-538 ถ้าได้รับการอนุมัติ เจ้าหน้าที่ของ International Student Office จะเซ็นด้านหลัง I-20 ให้ พร้อมกับระบุระยะเวลา
    • นักศึกษาควรระมัดระวังในเรื่องของระยะเวลาที่ได้รับอนุมัติ อย่าทำงานเกินกำหนดระยะเวลาที่ได้รับ เพราะอาจมีผลต่อการขอ OPT หลังจากศึกษาสำเร็จได้ หากต้องการทำเกินระยะเวลาที่อนุมัติในครั้งแรก ควรติดต่อเจ้าหน้าที่ International Student Office ทันที

2. Optional Practical Training (OPT)
OPT เป็นขั้นตอนเริ่มต้นของการไปสู่ H-1B ของนักศึกษาไทยหลายๆ คน นักศึกษาที่ต้องการยื่นเรื่องขอ optional practical training จะต้องติดต่อกับ INS โดยผ่านทาง International Student Office เพื่อขออนุมัติจาก INS และเมื่อได้รับการอนุมัติ นักศึกษาจะมีเวลารวม 12 เดือนในการทำงานที่ใดก็ได้ ที่เกี่ยวข้องกับสาขาที่สำเร็จมา และไม่เกินระยะเวลา 14 เดือนหลังจากสำเร็จการศึกษาแล้ว

ข้อควรรู้สำหรับการทำ OPT
  • จะต้องรักษาสถานภาพของการเป็นนักศึกษาวีซ่า F-1 มาเป็นเวลาอย่างน้อย 1 ปีการศึกษา หรือ 9 เดือน
  • OPT สามารถใช้ได้ในช่วงเวลาต่อไปนี้
    • ยังศึกษาไม่สำเร็จ แต่อยากขอ OPT เพื่อไปทำงานแบบ full-time (มากกว่า 20 ชม/week) ส่วนใหญ่จะขอในช่วงปิดเทอม เรียกว่า Internship Note คล้ายๆกับ CPT
    • ยังศึกษาไม่สำเร็จ แต่อยากขอ OPT เพื่อไปทำงานแบบ part-time (น้อยกว่า 20 ชม/week) ส่วนใหญ่จะขอระหว่าง semester เรียกว่า Co-op Note คล้ายๆ กับ CPT เช่นกัน
    • ศึกษาสำเร็จแล้ว และต้องการขอทำงาน full-time ในบริษัททั่วไป ควรขอภายใน 60 วันหลังจากสำเร็จการศึกษา เพราะไม่เช่นนั้นแล้ว สถานภาพของวีซ่า F-1 ของนักศึกษาจะหมดอายุ

  • ถ้านักศึกษาเคยขอ OPT แบบ full-time มาแล้ว ระยะเวลาของ OPT จะถูกหักออกไปจากยอดรวม 12 เดือน เช่น ถ้าในช่วง summer นักศึกษาได้ทำงานไปแล้วทั้งหมด 2 เดือน เมื่อศึกษาสำเร็จ ก็จะเหลือเวลาสำหรับ OPT อีกเพียง 10 เดือนเท่านั้น เป็นต้น
  • ถ้านักศึกษาเคยขอ OPT แบบ part-time มาแล้ว ระยะเวลาของ OPT จะถูกหักออกไปจากยอดรวม 12 เดือนในอัตรา 1/2 ของเวลาทำงาน เช่น ถ้านักศึกษาทำงานไปทั้งหมด 2 เดือน (แบบ part-time) เมื่อศึกษาสำเร็จ นักศึกษาจะเหลือเวลาสำหรับ OPT เท่ากับ 12-(2/2) คือ 11 เดือนนั่นเอง
  • นักศึกษาต้องกรอกฟอร์ม I-538 และฟอร์ม I-765 พร้อมรูปถ่ายหันข้าง 45 องศา จำนวน 2 ใบ แล้วนำไปที่ International Student Office พร้อมชำระค่าดำเนินการโดยการเขียนเช็คสั่งจ่าย INS จำนวน US $120
  • ขั้นตอนในการขอ OPT อาจแตกต่างกันไปในแต่ละมหาวิทยาลัย แต่โดยทั่วไปแล้ว นักศึกษาสามารถระบุวันเริ่มทำงานได้ แต่ไม่ควรเกิน 60 วันหลังเรียนจบ
  • ในกรณีที่เพิ่งสำเร็จการศึกษา และได้ทำเรื่องยื่นขอ OPT ไปแล้วแต่ยังไม่ได้รับการอนุมัติ หรือยังไม่ได้ EAD นักศึกษายังไม่ควรเดินทางกลับประเทศไทยเนื่องจากสถานภาพของวีซ่า F-1 จะขาดทันที และจะไม่สามารถเดินทางเข้าประเทศสหรัฐอเมริกาด้วย I-20 ใบเดิมได้อีก ดังนั้นควรรอให้เรื่องทางเอกสารสำเร็จเสียก่อน
  • EAD (Employment Authorization Document) Card เป็นเอกสารอนุมัติ OPT ให้กับนักศึกษา ออกโดย INS และจะจัดส่งกลับมาให้ที่ International Student Office ซึ่งเจ้าหน้าที่จะติดต่อให้นักศึกษาไปรับอีกทีภายหลัง ในกรณีที่ยังไม่ได้รับเอกสารนี้ อย่าเริ่มทำงานโดยเด็ดขาด
  • ถ้า OPT ได้รับการอนุมัติ และได้รับ EAD เรียบร้อยแล้ว นักศึกษาสามารถเดินทางกลับเมืองไทยเพื่อพักผ่อน ก่อนการทำงานจริงได้ หรือต้องการเดินทางไปไหนก็ได้ แต่ต้องติดต่อ International Student Office เพื่อให้เซ็นต์ I-20 เหมือนกับ ตอนที่ยังเป็นนักศึกษาอยู่
  • ภายในระยะเวลาที่นักศึกษาได้รับการอนุมัติ OPT จาก INS นักศึกษาสามารถเปลี่ยนงานได้ โดยไม่ต้องได้รับการอนุมัติใหม่ ซึ่งจะแตกต่างจาก CPT ที่นักศึกษาจะต้องได้รับการอนุมัติทุกครั้งที่มีการเปลี่ยนงาน
  • ไม่จำเป็นต้องรอให้ได้งานก่อน แล้วจึงขอ OPT ก็ได้ หากกำลังจะสำเร็จการศึกษาในภาคการศึกษานี้ ก็สามารถเริ่มขอไว้ก่อนล่วงหน้าได้ เพราะขั้นตอนต่างๆของ OPT อาจต้องใช้เวลาทั้งหมดนานถึง 3 เดือน พร้อมกันนี้ก็ควรจะหางานไปด้วยในระหว่างที่กำลังศึกษาอยู่ในภาคการศึกษาสุดท้าย
  • การได้งานทำแบบ OPT นั้น จะมีข้อดีที่ว่าเมื่อทำไปได้จนถึงระยะเวลาที่ OPT ของนักศึกษาใกล้จะหมดลง ทางบริษัทที่ทำงานอยู่นั้น อาจจะเป็น sponsor ให้กับนักศึกษาในการขอวีซ่าแบบ H-1B ซึ่งเป็นวีซ่าสำหรับการทำงานในประเทศสหรัฐอเมริกาโดยเฉพาะ และเมื่อนักศึกษาได้วีซ่า H-1B ก็สามารถทำงานอยู่ต่อในประเทศสหรัฐอเมริกาได้อีก 6 ปี


การทำงานในขณะที่ถือวีซ่า J-1
นักศึกษาสามารถทำงาน ในขณะที่ถือวีซ่า J-1 ได้ ไม่ว่าจะเป็น part-time หรือ full-time ถ้าทางสถาบันการศึกษาอนุญาต แต่ทั้งนี้งานที่ทำจะต้องเกี่ยวข้องกับสาขาที่เรียน และต้องไม่เกินระยะเวลาของวีซ่าที่ได้รับ โดยงานที่ทำนี้จะทำในระหว่างเรียนก็ได้ หรือจะทำหลังจากสำเร็จการศึกษาแล้วก็ได้ ถ้าต้องการทำงานหลังจากสำเร็จการศึกษาแล้ว นักศึกษาจะต้องได้รับการอนุมัติให้ทำงานได้ภายใน 30 วันหลังจากที่สำเร็จการศึกษา ไม่เช่นนั้นวีซ่า J-1 ก็จะหมดอายุลง

สำหรับผู้ติดตามที่ถือวีซ่า J-2 สามารถที่จะทำงานอะไรก็ได้ แต่ต้องเขียนจดหมายถึง INS พร้อมกับแสดงให้เห็นว่า รายได้จากการทำงานของ J-2 นั้น จะไม่นำมาเป็นค่าใช้จ่ายสำหรับผู้ที่ถือวีซ่า J-1 และเมื่อ INS อนุมัติแล้ว ก็จะส่ง EAD มาให้ผู้ติดตามที่ถือวีซ่า J-2 ซึ่งก็หมายความว่าสามารถเริ่มทำงานได้เลย ระยะเวลาที่สามารถทำงานได้ของ J-2 ก็จะได้นานเท่าที่ J-1 ยังศึกษาอยู่



 
 
  Home l About SNHU l Applying l Admission l Student Life l Gallery l Web Board l News l CD & Brochure l Alumni l Contact Us  
s
Southern New Hampshire University
Official Alumni Admissions Representative Thailand
(since 1988)
96 ซอย 10 ถนนเทศบาลรังรักษ์ใต้ แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กรุงเทพ ฯ 10900
Tel: 0-2953-9630-3, 0-2580-5256 mobile: 086-0000567 Fax: 0-2954-4314
e-mail: info@snhuthai.com www.snhuthai.com
s