|
เรื่องของประกันภัย/สุขภาพ เป็นเรื่องที่มีความสำคัญเป็นอย่างยิ่งสำหรับนักศึกษาที่ต้องการไปศึกษาต่อที่ประเทศสหรัฐอเมริกา เนื่องจากค่าใช้จ่ายด้านการแพทย์สูงมาก และประเทศสหรัฐอเมริกา ไม่มีบริการของรัฐบาลที่ดูแลรับผิดชอบในเรื่องนี้ ดังนั้น กล่าวได้ว่าคนอเมริกันส่วนใหญ่จะมีประกันสุขภาพที่จัดหามากันเอง
สำหรับนักศึกษาต่างชาติ กฎหมายกำหนดให้นักศึกษาที่ถือวีซ่า J-1 ต้องมีประกันที่ครอบคลุมถึงสุขภาพและอุบัติเหตุ ค่าใช้จ่ายในการเคลื่อนย้ายทางการแพทย์ และค่าใช้จ่ายในการเดินทางส่งตัวกลับ
สำหรับนักศึกษาที่ถือวีซ่า F-1 และ M-1 รัฐบาลไม่ได้มีข้อกำหนดเกี่ยวกับการทำประกันไว้ อย่างไรก็ดี กล่าวได้ว่าสถาบันการศึกษาส่วนใหญ่จะมีข้อกำหนดให้นักศึกษาทำประกันในส่วนนี้ด้วย ทั้งนี้เพื่อให้มั่นใจได้ว่านักศึกษาผู้นั้นๆ จะไม่ไปเป็นภาระของรัฐบาลเมื่อเกิดการเจ็บป่วยขึ้น
อัตราเบี้ยประกันจะแตกต่างกันไปในแต่ละบริษัทฯ และความคุ้มครอง แต่โดยทั่วไปจะตกอยู่ในช่วงประมาณ US$ 50 US$ 75 ต่อเดือน นักศึกษาต้องทำประกันที่มีความคุ้มครองทั้งในเรื่องของอุบัติเหตุและความเจ็บป่วย โดยมีวงเงินคุ้มครองอย่างน้อย US$ 50,000
ถึงแม้ว่าเบี้ยประกันจะมีอัตราค่อนข้างสูง และนักศึกษาส่วนใหญ่ อาจเห็นว่าเป็นค่าใช้จ่ายส่วนที่ไม่สำคัญนัก ให้ลองเปรียบเทียบอัตราค่าใช้จ่ายด้านการแพทย์ดังตัวอย่างด้านล่างนี้ เพื่อให้เห็นภาพที่แท้จริงของความสำคัญของการมีประกัน
อัตราค่าพยาบาล ค่าแพทย์และค่าใช้จ่ายด้านการแพทย์อื่นๆในประเทศสหรัฐอเมริกา จะมีความแตกต่างกันไป ค่าบริการห้องฉุกเฉิน จะอยู่ประมาณ US$ 200 ต่อครั้ง
ค่าห้องพักในโรงพยาบาล อยู่ในช่วง US$ 200 US $1,000 ต่อวัน โดยไม่รวมค่าแพทย์และบริการด้านการแพทย์อื่นๆ ค่าคลอดบุตร อยู่ในช่วง US$5,000 US$ 8,000
หากพิจารณาจากตัวเลขของคนอเมริกันแล้ว ค่าใช้จ่ายในการเข้าพักในโรงพยาบาลโดยเฉลี่ยต่อสัปดาห์ จะมีจำนวนสูงถึง US $8,000 ซึ่งเทียบเท่าได้กับค่าเล่าเรียนกึ่งหนึ่งของค่าเล่าเรียนในการไปศึกษาทั้งปีเลยทีเดียว
ดังนั้น ประกันสุขภาพจึงเป็นเรื่องที่มีความสำคัญเป็นอย่างยิ่งสำหรับนักศึกษาต่างชาติ หากสถาบันการศึกษาที่นักศึกษาจะเข้าไปศึกษาต่อไม่มีบริการด้านนี้ นักศึกษาก็ควรจัดหาประกันอื่นๆด้วยตนเอง และหากมีแผนประกันจากประเทศไทย ที่มีความครอบคลุมถึงการใช้ชีวิตในประเทศอเมริกา และอัตราความครอบคลุมสูงเพียงพอ นักศึกษาก็ไม่จำเป็นต้องซื้อแผนประกันใหม่ แต่ต้องนำเอกสารเกี่ยวกับแผนประกันในประเทศไทย เป็นภาษาอังกฤษติดตัวไปด้วย
สิ่งสำคัญที่ควรศึกษาเกี่ยวกับประกันชนิดนี้คือ ยอดเงินขั้นต่ำที่นักศึกษาต้องรับผิดชอบเองหรือ minimum deductible ซึ่งหมายถึงจำนวนเงินขั้นต่ำที่นักศึกษาต้องจ่ายเองและประกันจะจ่ายในส่วนที่เหลือเต็มจำนวนหรือเป็นอัตราส่วน โดยทั่วไปจะอยู่ในช่วงประมาณ US$ 50 US$ 100 ดังนั้น หากค่าใช้จ่ายรวมต่ำกว่ายอดเงินขั้นต่ำที่กำหนด นักศึกษาต้องเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งจำนวนนั้นเอง แต่หากค่าใช้จ่ายเกิน นักศึกษาจะรับผิดชอบในส่วนยอดเงินขั้นต่ำนี้เท่านั้น และในส่วนที่เหลือ สามารถเคลมจากประกันได้ตามข้อตกลง
นักศึกษาควรอ่านทำความเข้าใจกับแผนประกันสุขภาพของตนอย่างละเอียดถี่ถ้วน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในส่วนของสิ่งที่ไม่ครอบคลุมอยู่ในแผนประกันสุขภาพ ซึ่งโดยทั่วไปแล้วจะหมายถึงสิ่งต่างๆ ดังต่อไปนี้:
- การตั้งครรภ์: ประกันที่ครอบคลุมเกี่ยวกับการตั้งครรภ์นั้น เป็นประกันในส่วนที่ต้องซื้อต่างหาก ซึ่งโดยทั่วไปจะอนุญาตให้พักโรงพยาบาลได้เพียง 2 วันเท่านั้น
- บริการด้านทันตกรรม: ดังนั้น นักศึกษาจึงควรตรวจและทำฟัน หรือสิ่งอื่นที่จำเป็นเสียก่อนการเดินทางไปประเทศสหรัฐอเมริกา
- เรื่องเกี่ยวกับสายตา: หากนักศึกษาใส่แว่น ควรไปพบจักษุแพทย์เพื่อตรวจวัดสายตาอีกครั้งก่อน และควรนำแว่นตาสำรองติดตัวไปด้วยพร้อมใบสั่งจักษุแพทย์ เป็นภาษาอังกฤษ โดยทั่วไปแล้ว เรื่องเกี่ยวกับสายตาจะไม่ครอบคลุมอยู่ในประกัน ยกเว้นปัญหาที่เกิดเนื่องจากอุบัติเหตุเท่านั้น
- อาการที่มีมาก่อนอยู่แล้ว: บริษัทประกันโดยทั่วไป จะไม่ให้ความคุ้มครองในเรื่องของการรักษา อาการที่มีมาก่อนอยู่แล้ว ก่อนที่จะถึงวันเริ่มแผนประกัน
- การรักษาพิเศษตามคำสั่งแพทย์: บริษัทประกันจำนวนมาก ไม่ให้ความคุ้มครองถึงการบำบัดรักษาพิเศษตามคำสั่งแพทย์ ซึ่งอาจเป็นค่าใช้จ่ายที่สูงมาก หรือแม้ในกรณีที่คุ้มครอง นักศึกษาก็อาจต้องจ่ายค่าบริการมาตรฐานร่วมด้วยส่วนหนึ่ง
|